Skip to main content
LENGOLF
คู่มือ LENGOLF

สนามกอล์ฟที่ดีที่สุดในภูเก็ต: สุดยอดตัวเลือกของเราประจำปี 2026

ภูเก็ตเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางรีสอร์ตยอดนิยมที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และวงการกอล์ฟที่นี่ก็ถูกสร้างขึ้นมาให้สมกัน ในขณะที่กรุงเทพฯ ดึงดูดนักกอล์ฟจริงจังด้วยจำนวนสนามอันมหาศาล ภูเก็ตกลับมอบสิ่งที่แตกต่าง นั่นคือการเล่นกอล์ฟในบรรยากาศรีสอร์ตเขตร้อน ที่มักมาพร้อมวิวทะเล ฉากหลังภูเขาเขียวชอุ่ม และจังหวะผ่อนคลายซึ่งเหมาะกับทริปกอล์ฟพักผ่อนมากกว่าการออกรอบสุดสัปดาห์ตามปกติ ด้านล่างนี้คือสนามที่ดีที่สุดของเกาะที่เราคัดสรรมา ตามด้วยทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อวางแผนการเดินทาง หากต้องการรายชื่อทั้งหมด — สนามกอล์ฟทุกแห่งในภูเก็ตพร้อมค่ากรีนฟีบนแผนที่เดียว — ดูได้ที่หน้ารวมสนามกอล์ฟภูเก็ตที่ลิงก์ไว้ด้านล่างของหน้านี้

อะไรทำให้กอล์ฟภูเก็ตแตกต่าง

จุดเด่นที่นิยามกอล์ฟในภูเก็ตคือการผสานเข้ากับรีสอร์ต สนามส่วนใหญ่เชื่อมโยงหรือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงแรมและวิลลาขนาดใหญ่ ซึ่งหมายความว่าประสบการณ์ทั้งหมด — ทั้งที่พัก อาหาร สปา และกอล์ฟ — มักถูกจัดรวมไว้เป็นแพ็กเกจเดียวกัน จุดนี้แตกต่างจากกรุงเทพฯ อย่างมาก ที่ซึ่งนักกอล์ฟมักขับรถออกไปยังสนามกอล์ฟที่แยกอยู่ต่างหาก เล่นจบ แล้วเดินทางกลับเข้าเมือง

ภูมิประเทศของภูเก็ตก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้แตกต่าง เกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยเนินเขาและป่าไม้ ทำให้หลายสนามมีการเปลี่ยนระดับความสูงที่ชัดเจน และในบางหลุมก็มีวิวชายฝั่ง แฟร์เวย์มักทอดผ่านสวนยางพาราและสวนเขตร้อน อีกทั้งลมทะเลผสานกับตำแหน่งที่อยู่สูงยังทำให้การเลือกไม้กอล์ฟท้าทายกว่าสนามในพื้นที่ราบ

เนื่องจากภูเก็ตเน้นการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี สนามที่นี่จึงมักจัดเตรียมไว้พร้อมรองรับนักกอล์ฟที่มาเยือนเป็นอย่างดี พนักงานของสนามส่วนใหญ่คุ้นเคยกับแขกต่างชาติ และมีการใช้ภาษาอังกฤษกันอย่างแพร่หลาย

สนามกอล์ฟที่ดีที่สุดในภูเก็ต

สนามกอล์ฟเด่นๆ ของภูเก็ตกระจุกตัวอยู่ในอำเภอกะทู้และถลาง ส่วนใหญ่อยู่ห่างจากย่านรีสอร์ตป่าตอง Laguna และกะตะราว 20-40 นาที ค่ากรีนฟีด้านล่างเป็นอัตราเริ่มต้นวันธรรมดาปี 2026 โดยประมาณ ก่อนรวมค่าแคดดี้และรถกอล์ฟ — โปรดตรวจสอบราคาปัจจุบันกับทางสนามอีกครั้ง เนื่องจากสนามในรีสอร์ตมีการปรับราคาตามฤดูกาล

Red Mountain Golf Club — กะทู้
ติดอันดับสนามกอล์ฟชั้นนำของภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง เปิดให้บริการในปี 2007 และถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่อดีตเหมืองแร่ดีบุก หน้าผาศิลาแลงสีแดงอันโดดเด่นและผนังหินที่โผล่ให้เห็นทำให้สนามแห่งนี้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใดบนเกาะ ค่ากรีนฟีวันธรรมดาราว 3,500 บาท

Blue Canyon Country Club (Canyon Course) — ถลาง
หนึ่งในสนามแข่งขันที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Johnnie Walker Classic ในปี 1994 และ 1998 — รายการที่พา Tiger Woods และ Ernie Els มาสู่เกาะแห่งนี้ ค่ากรีนฟีวันธรรมดาราว 3,400 บาท ส่วนสนามพี่น้องอย่าง Lakes Course เป็นรอบที่เล่นง่ายกว่าและคุ้มค่ากว่าที่ราว 1,850 บาท

Laguna Golf Phuket — เชิงทะเล
สนามประจำรีสอร์ตในโครงการ Laguna Phuket ริมหาดบางเทา ผ่านการออกแบบใหม่ครั้งใหญ่ในปี 2014 ให้ได้มาตรฐาน USGA สมัยใหม่ และเป็นสนามเจ้าภาพ Asian Tour ค่ากรีนฟีวันธรรมดาราว 3,700 บาท (วันหยุดสุดสัปดาห์ราว 5,200 บาท)

Mission Hills Phuket — ป่าคลอก
สนามเดียวในภูเก็ตที่คุณได้ออกรอบเลียบทะเลอันดามัน ออกแบบโดย Jack Nicklaus ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากสนามบินราว 10 นาที — สะดวกสำหรับออกรอบในวันเดินทางถึงหรือวันเดินทางกลับ ค่ากรีนฟีวันธรรมดาราว 2,650 บาท (วันหยุดสุดสัปดาห์ราว 3,500 บาท)

Loch Palm Golf Club — กะทู้
สร้างล้อมรอบ Crystal Lake และอยู่ติดกับ Red Mountain โดยตรง (ทั้งสองสนามอยู่ภายใต้เจ้าของเดียวกัน) Loch Palm เป็นตัวเลือกที่เล่นง่ายกว่าและวิวสวยกว่าในสองสนามนี้ และจับคู่กันได้ดีสำหรับทริปพักออกรอบ 2 สนามในย่านกะทู้ ค่ากรีนฟีวันธรรมดาราว 3,300 บาท

สิ่งที่คาดหวังได้ในสนาม

ค่ากรีนฟี ในภูเก็ตอยู่ในระดับค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับช่วงราคาของไทย — โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ 2,500 บาทขึ้นไป ส่วนช่วงพีคซีซันที่สนามรีสอร์ตระดับพรีเมียมอาจสูงถึง 5,000 บาทหรือมากกว่า ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันกับทางสนามโดยตรงเสมอ

แคดดี้เป็นข้อบังคับ ที่สนามกอล์ฟในไทยแทบทุกแห่ง รวมถึงภูเก็ต ค่าแคดดี้โดยทั่วไปอยู่ที่ 300-500 บาท ชำระให้กับทางสนาม และการให้ทิป 200-300 บาทถือเป็นมาตรฐานสำหรับการออกรอบเต็ม 18 หลุม

การแต่งกาย เป็นไปตามมารยาทกอล์ฟมาตรฐานของไทย: ต้องสวมเสื้อมีปก กางเกงขาสั้นทรงสุภาพสวมได้ ส่วนกางเกงขาสั้นแบบคาร์โก้หรือผ้ายีนส์ไม่อนุญาต

บริการเช่ารถกอล์ฟ มักมีให้บริการและแนะนำให้ใช้ เนื่องจากภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเนินเขาของภูเก็ต การเดินครบ 18 หลุมกลางอากาศร้อนแบบเขตร้อนพอไหวในช่วงเช้าตรู่ แต่จะหนักขึ้นเมื่อสายขึ้น

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเล่นกอล์ฟที่ภูเก็ต

สภาพอากาศของภูเก็ตแบ่งปีกอล์ฟออกอย่างชัดเจน

ฤดูแล้ง (พฤศจิกายนถึงเมษายน) เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการมาเยือน สภาพอากาศร้อนแต่พอรับได้ ความชื้นต่ำ ท้องฟ้าแจ่มใส และฝนตกน้อย ทีไทม์ช่วงเช้าในช่วงนี้ให้ความรู้สึกสบายเป็นพิเศษ

ตั้งแต่ พฤษภาคมถึงตุลาคม ภูเก็ตเข้าสู่ฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ฝนตกหนัก ลมแรง และการปิดสนามเป็นครั้งคราวพบได้บ่อยในช่วงมิถุนายนถึงกันยายน หากมาเยือนในช่วงฤดูฝน การจองทีไทม์แต่เช้า (ก่อน 8 โมงเช้า) จะให้โอกาสดีที่สุดในการออกรอบให้ครบก่อนที่พายุช่วงบ่ายจะก่อตัว

วิธีวางแผนทริปกอล์ฟภูเก็ต

วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือการจองที่พักในหรือใกล้กับหนึ่งในกอล์ฟรีสอร์ตของเกาะ ซึ่งหลายแห่งมีแพ็กเกจ stay-and-play ที่รวมค่ากรีนฟีไว้กับค่าห้องพัก แพ็กเกจเหล่านี้มักคุ้มค่ากว่าการจองแยกต่างหาก

หากคุณต้องการความยืดหยุ่นมากกว่า ทำเลใจกลางภูเก็ต — ย่านป่าตอง Laguna หรือกะตะ — จะทำให้คุณอยู่ห่างจากสนามหลักของเกาะราว 20-40 นาที การจองผ่านแพลตฟอร์มจองกอล์ฟออนไลน์ช่วยให้คุณเปรียบเทียบสนามและตรวจสอบตารางว่างแบบเรียลไทม์ได้ ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อยสองสามวันในช่วงไฮซีซัน (ธันวาคม-กุมภาพันธ์)

กรุงเทพฯ กับ ภูเก็ต สำหรับการเล่นกอล์ฟ

กรุงเทพฯ มีสนามให้เลือกมากกว่า ค่ากรีนฟีเฉลี่ยถูกกว่า และเดินทางจากตัวเมืองได้รวดเร็ว — เป็นฐานที่ดีกว่าสำหรับนักกอล์ฟที่มีเป้าหมายหลักคือการออกรอบให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ภูเก็ต เหมาะกับนักกอล์ฟที่อยากผสมผสานกอล์ฟเข้ากับวันหยุดแบบรีสอร์ต — ทั้งเวลาริมหาด สปา อาหารชั้นเลิศ และทริปเที่ยวเกาะ — และไม่ติดที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อบรรยากาศแบบนี้ ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางของกอล์ฟมากกว่าจะเป็นฐานสำหรับออกรอบ และเหมาะที่จะเพลิดเพลินแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Red Mountain (อดีตเหมืองแร่ดีบุก, ราว 3,500 บาท) และ Canyon Course ของ Blue Canyon (สนามเจ้าภาพ Johnnie Walker Classic, ราว 3,400 บาท) คือสนามไฮไลต์ของเกาะ
  • Mission Hills เป็นสนามเดียวที่ได้ออกรอบเลียบทะเลอันดามัน และอยู่ห่างจากสนามบินราว 10 นาที — เหมาะสำหรับออกรอบในวันเดินทางถึงหรือวันเดินทางกลับ
  • ค่ากรีนฟีสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกรุงเทพฯ — โดยทั่วไป 2,500 บาทขึ้นไป และช่วงพีคสูงถึง 5,000 บาทขึ้นไป
  • แคดดี้เป็นข้อบังคับ ทิปมาตรฐานอยู่ที่ 200-300 บาทสำหรับการออกรอบเต็ม 18 หลุม
  • ฤดูแล้ง (พฤศจิกายน-เมษายน) เป็นช่วงเวลาทองสำหรับกอล์ฟ — เลี่ยงมิถุนายน-กันยายนหากเป็นไปได้

มาลองด้วยตัวเอง

สัมผัสอินดอร์กอล์ฟที่ LENGOLF เดอะ เมอร์คิวรี่ วิลล์ @ BTS ชิดลม ชั้น 4 เปิดทุกวัน 9:00–23:00 น. ไม่ต้องมีประสบการณ์มาก่อน