Skip to main content
LENGOLF
คู่มือ LENGOLF

7 สนามกอล์ฟที่ดีที่สุดใกล้กรุงเทพฯ (ค่ากรีนฟี 2026)

กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับนักกอล์ฟที่จะใช้เป็นฐานในการออกรอบ ด้วยสนามกอล์ฟกว่า 50 แห่งที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองราวหนึ่งชั่วโมง คุณจึงสามารถเล่นสนามใหม่ได้ทุกวันติดต่อกันหลายสัปดาห์โดยไม่ต้องเล่นซ้ำ ราคาเป็นเพียงเศษเสี้ยวของสนามระดับเดียวกันในยุโรป ญี่ปุ่น หรือออสเตรเลีย ค่าบริการรวมแคดดี้ไว้แล้ว และมีทีไทม์ให้จองได้ตลอดทั้งปี คู่มือนี้คือรายชื่อสนามที่กองบรรณาธิการของเราคัดสรรมาแล้ว — 7 รอบการเล่นที่โดดเด่นและคุ้มค่าเวลาของคุณมากที่สุด พร้อมด้วยสนามที่อยู่ใกล้สนามบินทั้งสองแห่งของกรุงเทพฯ แต่หากคุณต้องการไดเรกทอรีฉบับสมบูรณ์แทน — สนามกอล์ฟทั้ง 58 แห่งในย่านกรุงเทพฯ พร้อมค่ากรีนฟี ระยะทาง และแผนที่แบบอินเทอร์แอกทีฟ — สามารถใช้ศูนย์รวมสนามกอล์ฟกรุงเทพฯ ที่ลิงก์ไว้ด้านล่างของหน้านี้

วิธีเลือกสนามกอล์ฟ

ก่อนจอง ลองจำกัดตัวเลือกด้วย 4 ปัจจัยนี้:

1. ทำเลจากโรงแรมของคุณ — การจราจรในกรุงเทพฯ ค่อนข้างหนัก สนามที่อยู่ห่างออกไป 40 กม. อาจใช้เวลาถึง 90 นาทีในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ลองตรวจสอบทิศทางจากโรงแรมของคุณแล้ววางแผนให้เหมาะสม
2. งบประมาณ — ค่ากรีนฟีมีตั้งแต่ราว 1,500 บาท ที่สนามแบบจ่ายรายวันซึ่งเข้าเล่นได้ง่าย ไปจนถึง 6,500 บาทขึ้นไป ที่สโมสรระดับพรีเมียม ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์จะแพงกว่า 20-40%
3. ระดับฝีมือและสไตล์การเล่น — บางสนามเป็นสนามแชมเปียนชิพที่ท้าทายอย่างแท้จริง ขณะที่บางแห่งเล่นสบายสไตล์รีสอร์ตและให้อภัยความผิดพลาดของผู้เล่น
4. การเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเล่น — สนามส่วนใหญ่ในย่านกรุงเทพฯ รับนักกอล์ฟที่มาเยือน มีบางแห่งที่เน้นให้บริการเฉพาะสมาชิกและต้องนัดหมายล่วงหน้า

7 สนามกอล์ฟที่ดีที่สุดใกล้กรุงเทพฯ

รายชื่อคัดสรรของเราคำนึงถึงทั้งชื่อชั้นของสนาม สภาพความสมบูรณ์ และความสะดวกในการเข้าเล่นสำหรับนักกอล์ฟที่มาเยือน ค่ากรีนฟีด้านล่างนี้เป็นอัตราเริ่มต้นวันธรรมดาโดยประมาณของปี 2026 ก่อนรวมค่าแคดดี้และรถกอล์ฟ — ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันกับทางสนามหรือแพลตฟอร์มจองของคุณเสมอ เนื่องจากอัตราค่าบริการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล

1. Nikanti Golf Club — นครปฐม (ทางตะวันตก ประมาณ 45 นาที)
หนึ่งในสนามที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในย่านกรุงเทพฯ ด้วยการออกแบบสไตล์ลิงก์สที่พบไม่บ่อยในเมืองไทย — แฟร์เวย์เปิดโล่ง ภูมิประเทศเป็นลูกคลื่น และสายลมที่มีบทบาทอย่างแท้จริง — พร้อมสภาพสนามที่สมบูรณ์สม่ำเสมอ เปิดให้นักกอล์ฟที่มาเยือนเข้าเล่นและจองออนไลน์ได้ ค่ากรีนฟีวันธรรมดาราว 5,500 บาท (วันหยุดสุดสัปดาห์ประมาณ 6,500 บาท)

2. Alpine Golf Club — ปทุมธานี (ทางเหนือ ประมาณ 50 นาที)
Alpine มีประวัติศาสตร์ที่ผูกพันกับ Asian Tour และคุณภาพสนามที่สมกัน เป็นสนามสไตล์พาร์คแลนด์คลาสสิกที่โตเต็มวัยและเรียงรายด้วยแนวต้นไม้ ค่ากรีนฟีวันธรรมดาราว 5,400 บาท (วันหยุดสุดสัปดาห์ประมาณ 7,400 บาท)

3. Thai Country Club — ฉะเชิงเทรา (ทางตะวันออก ประมาณ 45 นาที)
หนึ่งในสโมสรที่ทรงเกียรติที่สุดในเมืองไทย และเป็นสนามแชมเปียนชิพที่ท้าทายอย่างแท้จริงบนแนวถนนบางนา-ตราด สนามใช้โครงสร้างราคาแบบตามฤดูกาลและเต็มเร็ว — ควรจองล่วงหน้านาน ๆ ค่ากรีนฟีวันธรรมดาราว 4,500 บาท (วันหยุดสุดสัปดาห์ประมาณ 5,500 บาท) อีกทั้งยังอยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียงราว 25 นาทีเท่านั้น

4. Siam Country Club Bangkok — สมุทรปราการ (ประมาณ 40 นาที)
สนามพรีเมียมที่ใหม่กว่าเพื่อนซึ่งอยู่ใกล้แนวถนนสู่สนามบิน และได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งนักกอล์ฟท้องถิ่นและนักกอล์ฟที่มาเยือน ค่าบริการรวมทั้งค่ากรีนฟี ค่าแคดดี้ และรถกอล์ฟไว้ครบ และอยู่ในระดับสูงสุดของตลาดกรุงเทพฯ — แพ็กเกจวันธรรมดาเริ่มต้นราว 6,500 บาท (วันหยุดสุดสัปดาห์ประมาณ 7,500 บาท)

5. Riverdale Golf Club — ปทุมธานี (ทางเหนือ ประมาณ 30 นาที)
สนามแชมเปียนชิพที่ได้รับการยอมรับอย่างดีและเคยจัดการแข่งขันระดับมืออาชีพ อีกทั้งยังคุ้มค่าที่สุดในกลุ่มสนามระดับท็อป ด้วยราคาราว 2,700 บาท ทั้งวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ — เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมหากคุณอยากเล่นกอล์ฟระดับทัวร์นาเมนต์โดยไม่ต้องจ่ายราคาพรีเมียม

6. Summit Windmill Golf Club — สมุทรปราการ (ประมาณ 30 นาที)
หนึ่งในสนามไม่กี่แห่งในเมืองไทยที่ออกแบบโดย Nick Faldo มีกอล์ฟกลางคืนภายใต้แสงไฟ และตั้งอยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียงไม่กี่นาที ค่ากรีนฟีวันธรรมดาราว 3,000 บาท (วันหยุดสุดสัปดาห์ประมาณ 4,000 บาท)

7. Thana City Golf & Sports Club — สมุทรปราการ (ประมาณ 30 นาที)
สนามเดียวในเมืองไทยที่ออกแบบโดย Greg Norman ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด ห่างจากสุวรรณภูมิเพียงไม่กี่นาที เป็นสนามคุณภาพดีที่เข้าเล่นได้ง่ายในราคาต่ำกว่าสนามระดับท็อป — ราว 2,900 บาท ในวันธรรมดา (วันหยุดสุดสัปดาห์ประมาณ 4,100 บาท)

คุ้มค่าแก่การเดินทาง: Black Mountain Golf Club — หัวหิน (ทางใต้ ประมาณ 3 ชั่วโมง)
ได้รับการกล่าวถึงอยู่เสมอว่าเป็นหนึ่งในสนามที่ดีที่สุดในเอเชีย ไกลเกินกว่าจะไปเช้าเย็นกลับ — การเดินทางคุ้มค่าที่จะค้างคืนสักคืน — แต่สำหรับนักกอล์ฟจริงจังที่กำลังวางแผนทริปกอล์ฟในเมืองไทย สนามนี้ควรอยู่ในลิสต์ ค่ากรีนฟีราว 4,500 บาท

สนามกอล์ฟที่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ & ดอนเมืองมากที่สุด

เพิ่งลงเครื่องที่ BKK หรือ DMK แล้วมีทีไทม์ที่ต้องไปให้ทัน — หรืออยากหาโอกาสออกรอบสักรอบก่อนเที่ยวบินขากลับดึก ๆ? สนามเหล่านี้สะดวกที่สุด จัดอันดับตามเวลาขับรถจากแต่ละสนามบิน (ค่ากรีนฟีเริ่มต้นวันธรรมดา ก่อนรวมค่าแคดดี้และรถกอล์ฟ):

สนามกอล์ฟสนามบินที่ใกล้ที่สุดเวลาขับรถจากสนามบินค่ากรีนฟีวันธรรมดา
Royal Golf & Country Clubสุวรรณภูมิ (BKK)ประมาณ 10 นาทีประมาณ 3,500 บาท
Green Valley Country Clubสุวรรณภูมิ (BKK)ประมาณ 15 นาทีประมาณ 2,000 บาท
Summit Windmill (Nick Faldo)สุวรรณภูมิ (BKK)ประมาณ 10-15 นาทีประมาณ 3,000 บาท
Subhapruek Golf Clubสุวรรณภูมิ (BKK)ประมาณ 20 นาทีประมาณ 1,500 บาท
Krung Kavee Golf Courseดอนเมือง (DMK)ประมาณ 15 นาทีประมาณ 1,600 บาท
Pinehurst Golf & Country Clubดอนเมือง (DMK)ประมาณ 15 นาทีประมาณ 1,700 บาท
Flora Ville Golf & Country Clubดอนเมือง (DMK)ประมาณ 20 นาทีประมาณ 1,200 บาท

Green Valley มักถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในสนามคุณภาพดีที่อยู่ใกล้สุวรรณภูมิที่สุด ส่วนกลุ่มสนามฝั่งดอนเมืองในปทุมธานี (Krung Kavee, Pinehurst) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางมาถึงหรือออกเดินทางผ่านอาคารผู้โดยสารทางเหนือ หากต้องการเดินทางเข้าเมืองพร้อมถุงไม้กอล์ฟ ดูคู่มือการเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิของเราที่ลิงก์ด้านล่าง

สิ่งที่จะได้พบที่สนามกอล์ฟในเมืองไทย

แคดดี้: เป็นข้อบังคับที่สนามแทบทุกแห่งในย่านกรุงเทพฯ แคดดี้จะช่วยถือถุงกอล์ฟ ทำความสะอาดไม้ อ่านกรีน และบอกระยะให้ ค่าแคดดี้โดยทั่วไปอยู่ที่ 300-500 บาท จ่ายให้กับทางสนาม ทิปมาตรฐานสำหรับบริการที่ดีอยู่ที่ 200-300 บาท และ 300-500 บาท สำหรับรอบการเล่นที่ประทับใจเป็นพิเศษ

การแต่งกาย: ทุกสนามกำหนดให้สวมเสื้อมีปกโดยไม่มีข้อยกเว้น กางเกงขาสั้นแบบเรียบร้อยมักเป็นที่ยอมรับ ส่วนกางเกงขาสั้นแบบคาร์โก้ ผ้ายีนส์ เสื้อฟุตบอล และเสื้อแขนกุดนั้นไม่อนุญาต

การจอง: สนามส่วนใหญ่ในย่านกรุงเทพฯ สามารถจองได้โดยตรงทางโทรศัพท์หรืออีเมล หรือผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง GolfNow, GolfAsian หรือ GolfSavers วันธรรมดาจองได้ง่ายกว่า ขณะที่วันหยุดสุดสัปดาห์เต็มเร็วกว่า

ค่ากรีนฟี — สิ่งที่ควรรู้

ประเภทสนามช่วงราคาวันธรรมดาโดยทั่วไปช่วงราคาวันหยุดสุดสัปดาห์โดยทั่วไป
สนามแบบจ่ายรายวันที่เข้าเล่นได้ง่าย1,500-2,500 บาท2,000-3,500 บาท
สนามแชมเปียนชิพระดับกลาง2,500-3,500 บาท3,000-4,500 บาท
สนามระดับพรีเมียม / ทรงเกียรติ3,500-5,000 บาทขึ้นไป4,500-6,000 บาทขึ้นไป

ราคาข้างต้นยังไม่รวมค่าแคดดี้หรือค่าเช่ารถกอล์ฟ ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับทางสนามโดยตรงเสมอ — ราคาเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเล่น

พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ — ฤดูที่เหมาะที่สุด อากาศเย็นสบาย แห้ง และผ่อนคลาย อุณหภูมิอยู่ราว 25-32°C พร้อมความชื้นต่ำ

มีนาคมถึงพฤษภาคม — ฤดูร้อน อุณหภูมิอาจสูงถึง 38-40°C ตั้งแต่ช่วงสายของวัน ควรเริ่มเล่นให้เช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ (6-7 โมงเช้า)

พฤษภาคมถึงตุลาคม — ฤดูฝน มักมีพายุฝนฟ้าคะนองในช่วงบ่าย แต่ช่วงเช้ามักท้องฟ้าโปร่ง ค่ากรีนฟีถูกกว่าและสนามไม่พลุกพล่าน

สรุปประเด็นสำคัญ

  • สนามกอล์ฟกว่า 50 แห่งภายในระยะหนึ่งชั่วโมงจากใจกลางกรุงเทพฯ — ค่ากรีนฟีถูกกว่าสนามระดับเดียวกันในอังกฤษ/สหรัฐฯ ราว 50-70%
  • Nikanti (สไตล์ลิงก์ส ทางตะวันตกประมาณ 45 นาที) และ Alpine (สไตล์พาร์คแลนด์ ทางเหนือประมาณ 50 นาที) คือสนามระดับท็อปที่โดดเด่นที่สุด ส่วน Riverdale (ราว 2,700 บาท) คุ้มค่าที่สุดในกลุ่มสนามระดับเอลีท
  • ใกล้สุวรรณภูมิที่สุด: Royal Golf (ประมาณ 10 นาที), Green Valley (ประมาณ 15 นาที) และ Summit Windmill ที่ออกแบบโดย Nick Faldo ส่วนใกล้ดอนเมืองที่สุด: Krung Kavee และ Pinehurst (ประมาณ 15 นาที)
  • แคดดี้เป็นข้อบังคับที่ทุกสนาม — ทิป 200-500 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพการบริการ
  • พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เป็นฤดูที่เหมาะที่สุด แนะนำทีไทม์ช่วงเช้า (6-9 โมงเช้า) ตลอดทั้งปี

มาลองด้วยตัวเอง

สัมผัสอินดอร์กอล์ฟที่ LENGOLF เดอะ เมอร์คิวรี่ วิลล์ @ BTS ชิดลม ชั้น 4 เปิดทุกวัน 9:00–23:00 น. ไม่ต้องมีประสบการณ์มาก่อน